• รากฟันเทียม (Dental Implants)

    Date: 2012.12.28 | Category: บทความทันตกรรม, รากฟันเทียม | Tags: ,,,,,,,,,,,

    รากฟันเทียม


    dental-implant

    ทันตกรรมรากเทียม เป็นการปลูกรากฟันเทียมทดแทนรากฟันจริง  เพื่อให้สามารถมีฟันเสมือนจริงได้ดังเดิม  โดยการฝังรากฟันเทียมไทเทเนียมลงบนกระดูกรองรับฟัน  เพื่อเป็นฐานให้แก่ฟันที่จะสร้างขึ้นมาใหม่  ซึ่งอาจเป็นสะพานฟันหรือฟันปลอมทำให้ฐานของฟันมั่นคงมากยิ่งขึ้น

    รากฟันเทียม ทำมาจากวัสดุที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายของเรา ใช้ทดแทนฟันที่หายไปได้ทั้งส่วนของรากและส่วนตัวฟัน รากฟันเทียมโดยทั่วไปในยุคปัจจุบันมักเป็นเกลียวหรือทรงกระบอกที่ทำมาจากโลหะไทเทเนียม

    ไทเทเนียมเป็นโลหะที่พิเศษ กล่าวคือ มันจะยึดติดกับกระดูกโดยไม่มีชั้นใดๆ มาขวางกั้น การที่ไทเทเนียมยึดแน่นกับกระดูกนี้ เรียกกันว่า Osseo integration ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของไทเทเนียมคือ มันจะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ร่างกายยอมรับได้ดี ไม่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อช่องปาก และเพราะคุณสมบัติที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์ จึงมีการใช้ไทเทเนียมกันอย่างกว้างขวางในทางการแพทย์ เช่น การฝังเข้าไปในสะโพก หัวเข่า ฯลฯ

    โดยทั่วไปแล้ว รากฟันเทียมจะมีความยาวตั้งแต่ 6–15 มิลลิเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 มิลลิเมตร ปัจจุบัน มีหลากหลายบริษัทผู้ผลิตรากฟันเทียม แต่มีเพียงไม่กี่ระบบที่มีผลการศึกษาและวิจัยถึงผลการใช้งานในระยะยาว

    รากเทียมประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ

    1. รากเทียม (Fixture) ซึ่งทำมาจากโลหะไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งมีลักษณะคล้ายรากฟัน และจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ซึ่งสามารถยึดติดได้อย่างแนบแน่นโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ และไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ
    2. เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เมื่อฝังรากเทียมบนกระดูกขากรรไกร จะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนเพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี หลังจากนั้นจึงจะใส่เดือยรองรับครอบฟันลงบนรากเทียม เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟันต่อไป
    3. ครอบฟัน (crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ซึ่งจะทำมาจากเซรามิค (porcelain) มีรูปร่างลักษณะและสีเหมือนฟันธรรมชาติ

    ขั้นตอนระยะเวลาในการปลูกรากเทียม

    เรื่องการใส่รากฟันเทียม ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับยี่ห้อรากเทียมที่เลือกใช้ค่ะ เริ่มที่ประมาณ 50,000 บาท จนถึง 75,000 บาท

    ราคาดังกล่าว คือราคารวมของทั้งรากไทเทเนียมและส่วนของครอบฟันแล้ว

    - แต่ ราคาไม่รวมค่า CT Scan (เอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์) ที่อาจจำเป็นต้องใช้หากสงสัยปริมาณกระดูกในบางตำแหน่งของฟัน ไม่รวมค่า x-ray ต่างๆ รวมทั้งไม่รวมค่ากระดูก และการผ่าตัดเพื่อเติมกระดูก หากว่าจะต้องทำการเพิ่มปริมาณกระดูกในบริเวณที่มีกระดูกไม่เพียงพอต่อการยึด ของรากเทียมค่ะ

    - เวลาที่ใช้ในการทำรากฟันเทียมจะแบ่งออกเป็นสองช่วงค่ะ
    1. ช่วงแรก เป็นการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ต้องมาประมาณ 2-3 ครั้ง ภายในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ค่ะ (รวมตัดไหมแล้ว)
    จากนั้น ทิ้งช่วงไว้ให้รากเทียมเชื่อมกับกระดูกดีก่อน ค่อยมาทำส่วนของครอบฟันค่ะ
    หากกระดูกเพียงพอ เรามักรอระยะเวลานานประมาณ 2-3 เดือนค่ะ

    แต่ หากกระดูกไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการเติมกระดูก ต้องรอระยะเวลานานประมาณ 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่า กระดูกที่เติมไป เชื่อมกับกระดูกของร่างกายเรา และเชื่อมกับรากเทียมที่เพิ่งใส่ไป เรียบร้อยดี

    2 การทำส่วนครอบฟัน จะทำเมื่อรากเทียมเชื่อมกับกระดูกแล้ว ทันตแพทย์จะทำการต่อเดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟัน
    โดย จะต้องมาเปิดเหงือกที่ปิดส่วนของรากเทียมด้านบน เพื่อใส่อุปกรณ์สร้างรูปร่างเหงือก นานประมาณ1-2 สัปดาห์ เพื่อเตรียมรูปร่างเหงือกให้พร้อมสำหรับใส่ครอบฟัน

    3. จากนั้นก็สามารถมาพิมพ์ปากเพื่อส่งให้ Lab ทำครอบฟัน ( crown )ได้เลย โดยจะใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์

    หลังจากนั้นทันตแพทย์จะนัดเช็คอีก 1 เดือน, 2 เดือน และ 6 เดือน

    เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ สามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ทำความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก รวมไปถึงความสวยงาม จึงทำให้ทันตกรรมรากเทียมเริ่มเป็นที่นิยม ได้รับการยอมรับถึงผลสำเร็จในการรักษา และมีแนวโน้มที่จะมาแทนที่สะพานฟันมากขึ้น เพราะสะพานฟันมีข้อจำกัดอยู่บางประการ นั่นก็คือ คุณจำเป็นต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเพื่อเป็นหลักยึดของสะพานฟัน ทำให้สูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติไป

    สะพานฟันเป็นการเสริมฟันในส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ฉะนั้นเมื่อเวลาผ่านไปกระดูกที่รองรับรากฟันของซี่ที่ถูกถอนไปจะค่อยๆละลายลง ทำให้เกิดการยุบตัวของกระดูกในบริเวณนั้น โดยเฉพาะส่วนฟันหน้าด้านบน เมื่อกระดูกละลาย จะทำให้โครงหน้าเปลี่ยน และดูแก่กว่าวัย แต่รากเทียมจะช่วยรักษากระดูกรองรับรากฟันไว้ทำให้กระดูกบริเวณนั้นไม่ละลายและคงสภาพเดิมไว้

    ด้วยทันตกรรมรากเทียม คุณจะสามารถมีฟันซี่ใหม่ที่สวยงาม ใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถส่งยิ้มให้กับคนรอบข้างได้อย่างสดใส และสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางรากเทียมอีกครั้ง เพื่อวางแผนและให้การรักษาได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ

    Dental Implant

    ข้อดี :

    • ช่วยเพิ่มความมั่นใจและช่วยบุคลิกภาพดูดียิ่งขึ้น  เนื่องจากหากมีฟันที่สูญเสียไป  อาจทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปด้วยซึ่งอาจเกิดจากภาพลักษณ์ของคุณเปลี่ยนไป
    • ทำให้สุขอนามัยในช่องปากดียิ่งขึ้น  เนื่องจากหากมีการทดแทนฟันที่เสียไปและจะช่วยให้โครงสร้างของฟันสมบูรณ์และ แข็งแรงได้และช่วยรักษาเนื้อเยื่อของเหงือกได้
    • ทำให้เพิ่มความสามารถในการบดเคี้ยวและสามารถรับประทานอาหารได้ดังเดิม  เนื่องจากการปลูกรากฟันเทียมจะสร้างโครงสร้างของฟันที่ทดแทนขึ้นมาใหม่ มีความแข็งแรงและสามารถรองรับความสามารถในการบดเคี้ยวได้ดี
    • ทำให้ความสามารถในการออกเสียงและการพูดดีได้ดังเดิม
    • ลดปัญหาการเคลื่อนตัว การหลุดออก และความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆของฟันปลอมมากยิ่งขึ้น

    รากเทียม1 ซี่

    ทันตกรรมรากเทียมทดแทนฟัน 1 ซี่

    ในกรณีที่คุณต้องสูญเสียฟันธรรมชาติไป 1 ซี่ คุณสามารถแทนที่ฟันแท้ที่เสียไป โดยที่ไม่ต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเพื่อใส่สะพานฟัน รากเทียมทำหน้าที่เปรียบเสมือนฟันธรรมชาติ คือมีทั้งตัวฟัน และ รากฟันเทียม ใช้งานได้เหมือนจริงทุกประการ

    การปลูกรากฟันเทียมแบบเดี่ยว (หนึ่งจุดต่อหนึ่งซี่) ประกอบด้วยวัสดุ 3 ชิ้น คือ รากฟันเทียมไททาเนียม เสายึด (abutment) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมรากฟันเทียมและครอบฟัน โดยในการติดยึดครอบฟัน สามารถทำได้ด้วยการใช้กาวพิเศษที่ใช้ทางทันตกรรม หรือด้วยการสกรู (screw) ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ

    ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน ช่วยให้การผลิตวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงระบบและเทคนิคในการปลูกรากฟันเทียมได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยรากฟันเทียมได้รับการปรับปรุงรูปร่างให้มีรูปร่างที่แตกต่างกันไปให้เหมาะสมกับสภาพช่องปาก กระดูกรองรับฟันและตำแหน่งที่จะทำการฝังของแต่ละบุคคล ช่วยให้ระดับการประสบความสำเร็จในการปลูกรากฟันเทียมมีอัตราที่สูงมากขึ้น

    การปลูกรากฟันเทียมแบบ 1 ซี่ (หนึ่งจุดต่อหนึ่งซี่) การปลูกรากฟันเทียมประเภทนี้จะรวมถึงการทำครอบฟันบนรากฟันเทียม เพื่อทดแทนฟันซี่ที่สูญเสียไป โดยการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมจะเป็นวิธีการทดแทนแบบถาวรมีอายุการใช้งานที่นาน และมีประสิทธิภาพการใช้งานและมีความสวยงามใกล้เคียงกับฟันตามธรรมชาติอีกด้วย

    รากเทียมหลายซี่

    ทันตกรรมรากเทียมทดแทนฟันหลายซี่

    ในกรณีที่คุณต้องสูญเสียฟันธรรมชาติไปหลายซี่ การทำรากเทียมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี นอกจากจะไม่ต้องกรอฟันข้างเคียงเพื่อทำสะพานฟัน หลายซี่แล้วรากเทียมไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับฟันซี่อื่นๆ เหมือนการทำสะพานฟันหรือการทำฟันปลอมถอดได้

    กรณีที่มีการสูญเสียฟันหลายซี่ในบริเวณต่างๆ ซึ่งมีตำแหน่งที่ไม่ติดต่อกัน การทดแทนฟันเหล่านั้นด้วย การปลูกรากฟันเทียมแบบเดี่ยว (หนึ่งจุดต่อหนึ่งซี่) จะเป็นหนึ่งในวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

    สำหรับกรณีที่มีการสูญเสียฟันหลายซี่ในบริเวณเดียวกันและมีตำแหน่งฟันที่ติดกัน การปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับสะพานฟัน จะเป็นวิธีการทดแทนฟันเหล่านั้นที่ดีวิธีการหนึ่ง เนื่องจากรากฟันเทียมมีความแข็งแรงสูงสามารถรองรับการบดเคี้ยวของฟันได้มากกว่าหนึ่งซี่ วิธีการจะมีความใกล้เคียงกับการทำสะพานฟันแบบธรรมดา จะมีข้อแตกต่างเพียงการทำสะพานฟันแบบธรรมดาจะเป็นการเพิ่มการรับแรงบดเคี้ยวบนฟันจริงให้ต้องรับงานมากขึ้น ขณะที่รากฟันเทียมมีความแข็งแรงสูงจึงไม่มีผลในการต้องรับแรงที่มากขึ้น

    ทันตกรรมรากเทียมทั้งปาก

    Full mouth Rehabilitation

    ทันตกรรมรากเทียมทั้งปาก

    ในกรณีที่คุณต้องสูญเสียฟันธรรมชาติไปทั้งปาก ไม่ว่าจะเป็นด้านบน หรือด้านล่าง การทำฟันปลอมทั้งปากอาจช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะแรกๆ แต่คนเราเมื่อปราศจากรากฟันแล้ว กระดูกขากรรไกรตรงส่วนนั้นจะค่อยๆละลายหรือหดตัวลง ฟันปลอมทั้งปากก็จะขาดที่ยึดติดทำให้หลุดออกได้ง่าย ขาดความสะดวกสบายเวลาใช้งาน ในบางกรณีการละลายหรือหดตัวของกระดูกขากรรไกรอาจ ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปด้วย แต่รากเทียมจะช่วยรักษากระดูก รองรับรากฟันไว้ทำให้กระดูกบริเวณนั้นไม่ละลายและคงสภาพเดิม

    ในกรณีนี้อาจใช้รากเทียมเพียงไม่กี่ซี่ เพื่อยึดฟันปากทั้งปากให้ติดแน่น กับเหงือก โดยใช้เป็นแบบ Implant Multiple Bar หรือแบบ Implant Multiple Ball หรือจะทำรากเทียมทั้งปากก็ได้เช่นกัน

    Bone Graft

    การละลายตัวของกระดูกรองรับฟันจากการที่สูญเสียฟัน

    Bone graft

    การบูรณะฟันบริเวณฟันหลังของขากรรไกรบนด้วยรากเทียม มีข้อพิจารณาสำคัญอยู่ที่การละลายตัวของกระดูกรองรับฟันจากการที่สูญเสียฟันไป ทำให้เกิดปัญหาต่อการปลูกรากเทียมในบริเวณขากรรไกรบนเนื่องจากขาดกระดูกในการรองรับรากเทียม จึงต้องทำการเสริมกระดูกก่อนที่จะผ่าตัดฝังรากเทียมด้วยวัสดุเสริมกระดูก อาทิเช่น กระดูกของผู้เข้ารับการรักษาเอง, กระดูกมนุษย์, กระดูกสัตว์ หรือกระดูกสังเคราะห์ โดยการเสริมกระดูกสามารถทำได้ทั้งในแนวกว้าง, แนวสูง และการปลูกกระดูกในบริเวณพื้นโพรงอากาศแม็กซิลลา โดยการผ่าตัดเพื่อฝังรากเทียมในบริเวณกระดูกขากรรไกรบนด้านหลังนี้ จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ในการวางแผน วินิจฉัยการรักษา รวมทั้งเทคนิคต่างๆในการผ่าตัดเสริมกระดูกในบริเวณนี้เป็นอย่างดี

    ยกพื้นโพรงอากาศ “ Sinus Lift” คืออะไร ?

    Sinus Lift

    “Sinus Lift” ก็คือการยกระดับพื้นของโพรงอากาศเหนือขากรรไกรบน เป็นการเติมกระดูกชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว บริเวณปลายรากของฟันกรามบนจะมีโพรงอากาศขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งจะมีปริมาณกระดูกน้อย ทำให้การฝังรากฟันเทียมเป็นไปได้ยาก การยกระดับพื้นของโพรงอากาศสามารถช่วยให้มีกระดูกมากพอจะฝังรากฟันเทียมได้ โดยกระบวนการผ่าตัดจากภายในช่องปาก จะเห็นพื้นของโพรงอากาศ จากนั้นก็ยกมันขึ้นไป แล้วเติมบริเวณช่องว่างที่เกิดจากการยกพื้นโพรงอากาศขึ้นไปแล้ว ด้วยเศษกระดูกหรือกระดูกสังเคราะห์ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่กระดูกที่มีอยู่มีความสูงพอจะฝังรากฟันเทียมได้ ก็จะสามารถฝังไปพร้อมกับการเติมกระดูกหลังจากยกพื้นโพรงอากาศไปแล้วได้ในครั้งเดียวกัน แต่ถ้าปริมาณกระดูกไม่เพียงพอที่จะพยุงรากฟันเทียมเอาไว้ได้เลย ก็จะต้องเติมกระดูกเสียก่อน รอจนกระดูกที่เติมลงไปเชื่อมติดกับกระดูกเดิม แล้วค่อยฝังรากฟันเทียมอีกครั้งหนึ่ง โดยทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ  6 เดือน

    กรณีต้องการเติมกระดูกในปริมาณน้อยๆ จะสามารถเติมได้เลยในครั้งเดียวกันกับการฝังรากฟันเทียมโดยใช้เศษกระดูกหรือกระดูกสังเคราะห์